ครอบครัวที่อบอุ่นเปรียบเสมือนรากแก้วของชีวิต

ครอบครัวที่อบอุ่นเปรียบเสมือนรากแก้วของชีวิต

นับเป็นเวลากว่า 20 ปีที่องค์การสหประชาชาติ United Nations หรือ UN ได้มีมติรับรองให้วันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี เป็น วันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล (International Day for the Elimination of Violence against Women) สำหรับประเทศไทยเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2542 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้เดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นเดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีโดยใช้สัญลักษณ์ริบบิ้นสีขาวเช่นเดียวกับทั่วโลก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเด็กและสตรีเป็นสมาชิกหลักของครอบครัวที่ควรได้รับการดูแลเอาใจใส่ เพราะครอบครัวอบอุ่นย่อมเกิดจากความรักความผูกพันของคนในครอบครัวและการสร้างครอบครัวให้อบอุ่น ก็เปรียบเสมือนการดูแลรากแก้วของชีวิต ให้เจริญเติบโตต่อไปได้

ครอบครัวอบอุ่น คือครอบครัวในฝันของใคร ๆ หลายคน เพราะการมีครอบครัวที่อบอุ่น จะช่วยทำให้เราใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างมั่นคง เป็นปกติ มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงเบิกบาน ซึ่งข้อมูลจากมูลนิธิหมอชาวบ้านได้บ่งชี้ลักษณะ 10 ประการของครอบครัวที่อบอุ่นไว้ดังนี้

1.ในครอบครัวมีการจัดลำดับอำนาจความเป็นผู้นำที่ชัดเจน เช่น พ่อจะเป็นคนที่ตัดสินใจเด็ดขาดในเรื่องที่มีความสำคัญต่อครอบครัว ส่วนแม่จะดูแลเรื่องกฎกติกามารยาทและจัดสรรค่าใช้จ่าย ส่วนลูก ๆ มีหน้าที่คอยช่วยเหลือแบ่งเบาภาระเล็ก ๆ น้อยตามกำลัง แต่เมื่อมีเหตุการณ์จำเป็น พ่อและแม่อาจต้องช่วยกันคิดและตัดสินใจร่วมกันได้ในบางโอกาส

2.มีขอบเขตที่เหมาะสม ทั้งในส่วนบุคคล และคนในครอบครัว เช่น การกำหนดเวลาในการทำการบ้าน พักผ่อน รับประทานอาหาร แบ่งเวลาในการดูโทรทัศน์หรือเล่นเกม ซึ่งทำให้ครอบครัวอยู่ร่วมกันได้ด้วยความเข้าใจ ภายใต้กฎระเบียบที่เคร่งครัดแต่มีความยืดหยุ่นได้

3.สมาชิกมีบทบาทหน้าที่ชัดเจน และปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสอดคล้องกัน ยกตัวอย่างเช่น พ่อมีหน้าที่รดน้ำต้นไม้ แม่มีหน้าที่ทำกับข้าว ลูกมีหน้าที่ช่วยล้างจาน ซึ่งเป็นการกำหนดบทบาทหน้าที่คร่าว ๆ เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน แต่เมื่อมีเหตุจำเป็น เช่น พ่อติดประชุมหรือไปทำงานต่างจังหวัด แม่หรือลูกก็สามารถแบ่งเบาภาระหน้าที่ช่วยกันได้ ในกรณีอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน ความอบอุ่นจะเกิดขึ้นเมื่อทุกคนมีความเข้าใจและช่วยเหลือกันเพื่อให้กิจกรรมหรือสิ่งใดสิ่งนั้นลุล่วงไปได้ด้วยดี

4.มีความผูกพันทางอารมณ์ที่เหมาะสม เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนจะมีความเป็นตัวของตัวเอง แต่ก็ยังคงรักใคร่กลมเกลียวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ปล่อยช่องว่างให้ห่างเหินกันจนเกินไป หรือใกล้ชิดกันจนไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง

5.สามารถแก้ไขปัญหาและความขัดแย้งภายในครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น คนในครอบครัวเกิดความไม่เข้าใจกัน ไม่พอใจกัน หากปล่อยไว้ไม่รีบหาทางแก้ไข ก็จะสะสมเป็นปัญหาได้ ทางที่ดี ทุกคนต้องหันหน้ามาคุยกัน และเปิดใจคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ยอมหลีกเลี่ยงไม่ทะเลาะและปรับจูนอารมณ์ให้เบิกบานแจ่มใส ยิ้มให้กันหรือขอโทษกัน เพราะการเอาชนะไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องและอาจทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นไปอีก

6.การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมระหว่างคนในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ ต้องใช้ทักษะในการสื่อสารเป็นพิเศษ เช่น การรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน คุณแม่ต้องการให้คุณพ่อและคุณลูกช่วยกันทำอาหารหรือจัดจานบนโต๊ะกินข้าว คุณแม่ต้องใช้ทักษะในการเลือกใช้คำหรือกลวิธีในการพูดเพื่อสร้างแรงจูงใจและ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นสนุกสนานในการรับประทานอาหารร่วมกันในครอบครัว

7.การจัดระบบภายในครอบครัวอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยสร้างความอบอุ่นในครอบครัว และเป็นเกราะป้องกันลูก ๆ จากปัญหาสังคมและยาเสพติดให้โทษได้ เช่น กรณีที่ลูกชาย กำลังเข้าสู่วัยรุ่น คุณพ่อซึ่งผ่านประสบการณ์ชีวิตมามากกว่า จะคอยทำหน้าที่พ่อและเพื่อน คอยให้ความรู้ แนะนำ สอบถาม พร้อมทั้งกระตุ้นให้ลูก มีความกล้าที่แสดงออกในทางที่ดี มีมารยาทและน้ำใจเป็นนักกีฬา คุณแม่จะคอยดูแลเรื่องของอารมณ์และการปรับตัว เมื่ออยู่นอกบ้าน และผลัดกันไปรับไปส่งลูกที่โรงเรียนตามความเหมาะสม ทำให้ลูกไว้วางใจ หากมีปัญหาก็จะเข้ามาปรึกษาขอคำแนะนำ หรือรู้จักแยกแยะสิ่งที่ดีออกจากสิ่งที่ไม่ดีได้ด้วยการพิจารณาของตนเอง

8.โครงสร้างในการปฏิบัติหน้าที่ของครอบครัวมีความยืดหยุ่นดี เช่น ในกรณีฉุกเฉิน พ่อและแม่สามารถทำหน้าที่แทนกัน หรือร่วมมือกันตัดสินใจ สมาชิกในครอบครัวสามารถแสดงความคิดเห็นในการแก้ไขปัญหาหรือการตัดสินใจร่วมกับผู้นำของครอบครัวได้อย่างมีเหตุผล

9.มีเครือข่ายทางสังคมที่ดี และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการอบรมเลี้ยงดูและปลูกฝังทัศนคติในเชิงบวกให้ลูกเติบโตเป็นคนดี สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ หรือลูกพากลุ่มเพื่อนมาให้พ่อแม่รู้จัก และทำกิจกรรมร่วมกัน โดยมีพ่อแม่หรือคนในครอบครัวรับรู้พฤติกรรมอย่างใกล้ชิด

10.สมาชิกในครอบครัวใช้เวลาอยู่ร่วมกันตามสมควร เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องให้ความร่วมมือและปฏิเสธไม่ได้ว่าสายสัมพันธ์ในครอบครัวจะแน่นแฟ้นขึ้นได้ก็เพราะความผูกพันที่เกิดจากการใช้เวลาอยู่ด้วยกันตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมาในแต่ละวัย นับตั้งแต่เริ่มแต่งงานเป็นครอบครัว มีบุตร เลี้ยงดูบุตร ให้การศึกษา ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของบุตร เป็นต้น

หากครอบครัวใดสามารถจัดสรรเวลาและทำหน้าที่ของตนเองด้วยความเอาใจใส่แล้ว ครอบครัวนั้นก็จะกลายเป็นครอบครัวอบอุ่น ซึ่งเปรียบเสมือนรากแก้วของชีวิตสำหรับบุตรหลานและสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัว