เสน่ห์ของครอบครัวขยาย หนึ่งในความคลาสสิกของสังคมไทย

เสน่ห์ของครอบครัวขยาย หนึ่งในความคลาสสิกของสังคมไทย

หลายคนคงมีโอกาสเติบโตมาในครอบครัวที่มีทั้งพ่อแม่ และปู่ย่า หรือตายาย ซึ่งเป็นครอบครัวใหญ่หรือที่เรียกกันว่า “ครอบครัวขยาย” จะพบว่ามีสีสัน ความอบอุ่น และความสุขแบบที่แตกต่างไปจากครอบครัวเดี่ยวในยุคปัจจุบัน แม้ว่าปัจจุบันผู้คนจะนิยมมีครอบครัวเดี่ยวซึ่งมีเพียงพ่อ-แม่ และลูก เพราะจะมีพื้นที่ส่วนตัวมากกว่าครอบครัวขยายในอดีต แต่ก็อาจถือได้ว่าขาดสิ่งดี ๆ ที่ถือว่าเป็นเสน่ห์ของครอบครัวขยายไปเช่นกัน นั่นก็คือ

  1. บรรยากาศที่ครื้นเครง – จากการที่มีผู้คนอยู่รวมกันอย่างหลากหลาย แม้จะมีความแตกต่างระหว่างวัย แต่การได้นำมุมมองที่แตกต่างกันตามวัยมาพูดคุยหยอกล้อกัน ย่อมสร้างความสนุกสนานและเพิ่มสีสันให้กับครอบครัวได้ไม่น้อย หลายครอบครัวได้กิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันอย่างสนุกสนานเช่น การทำอาหาร หรือทำสวนในบ้านด้วยกัน ที่สำคัญคือเป็นการทำให้ผู้สูงวัยในครอบครัวได้มีชีวิตชีวา สดใส และมีความสุขมากขึ้นด้วย
  2. มีผู้เชี่ยวชาญคอยช่วยแนะนำดูแลเรื่องการเลี้ยงดูลูก – ข้อนี้เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน เมื่อมีลูกน้อยก็มักจะนำไปฝากไว้ตามเนอสเซอรี่ (Nursery) หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก หรือไม่ก็ต้องจ้างพี่เลี้ยงมาช่วยดูแลลูกในยามที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน แต่หากที่บ้านมีปู่ย่าตายายอยู่ด้วยก็จะเป็นผู้ช่วยดูแลลูกหลานได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือความรักความอบอุ่นที่เด็กจะได้จากปู่ย่าตายายที่เป็นคนเลี้ยงดูนั้น ย่อมแตกต่างจากพี่เลี้ยงหรือสถานรับเลี้ยงเด็กอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ ยังเท่ากับมีผู้มีประสบการณ์ในการเลี้ยงดูเด็กอยู่ใกล้ ๆ คอยเป็นที่ปรึกษาให้กับพ่อแม่ในยามเกิดปัญหาต่าง ๆ อีกด้วย
  3. ลดความเหนื่อยล้าจากการที่ต้องทำงาน & เลี้ยงดูลูก – เพราะมีสมาชิกรุ่นใหญ่ของครอบครัวคอยช่วยดูแลเลี้ยงลูกให้ จึงทำให้พ่อแม่ที่กลับมาจากทำงานนอกบ้านมีเวลาสำหรับการพักผ่อนได้มากขึ้น
  4. เด็กจะมีโอกาสเรียนรู้ประสบการณ์หลายอย่างจากปู่ย่าตายาย – พ่อแม่หลายคนสมัยนี้จะเริ่มให้เด็กเรียนรู้ไอที ฝึกเขียนโปรแกรมคำนวนราคาบอลแบบง่ายๆ เขียน CODE ฝึกการใช้มือถือเพื่อนการเรียนรู้เพื่อทันเทคโนโลยีตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ประสบการณ์บางอย่างเป็นสิ่งที่พ่อแม่อาจไม่สามารถถ่ายทอดให้ได้เพราะเติบโตมาในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป แต่สิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นประสบการณ์ที่มีค่าและยังมีอยู่ในคนรุ่นปู่ย่าตายาย อาทิ การเย็บผ้าด้วยมือ, การใช้ครกตำน้ำพริก, การพับถุงจากเศษกระดาษ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เมื่อถูกถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง ก็ถือเป็น “ภูมิปัญญา” ที่มีค่าและเด็กรุ่นหลังอาจสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาต่อยอดใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต

เสน่ห์จากครอบครัวขยายนี้ ค่อย ๆ หายไปจากสังคมไทย เพราะความนิยมอยู่แบบ ครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น ดังนั้น หากคนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสพิจารณาถึงประโยชน์ในการอยู่แบบครอบครัวขยาย ทั้งการอยู่ในบ้านเดียวกัน และบ้านอยู่ติดกันกับคนรุ่นปู่ย่าตายาย ก็จะทำให้เสน่ห์และความอบอุ่นแบบนี้อยู่กับสังคมไทยต่อไปได้อีกนานเท่านาน