การทำอาหาร กิจกรรมสานสัมพันธ์ในครอบครัว

การทำอาหาร กิจกรรมสานสัมพันธ์ในครอบครัว

การหากิจกรรมที่สมาชิกในครอบครัวได้ทำร่วมกันในยามว่าง ถือเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้ และควรทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีลูกเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น วัยแห่งความคึกคะนองและติดเพื่อนเป็นที่สุด

การหากิจกรรมที่สมาชิกวัยรุ่นให้ความสนใจด้วยนั้น อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะส่วนใหญ่ วัยรุ่นจะชอบใช้เวลาว่างแบบเป็นส่วนตัวมากกว่าจะร่วมกิจกรรมต่าง ๆ อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา และมักจะไม่ยอมออกไปเที่ยวนอกบ้านพร้อมพ่อแม่ กิจกรรมที่ทำร่วมกันไม่จำเป็นต้องจำกัดความ แต่อยากแนะนำการเชียร์บอลร่วมกัน นอกจากจะสนุกแล้วยังไม่เหนื่อยอีกด้วย แถมยังได้เลือกลุ้น บอลต่อ หรือฝั่งรองว่าใครจะเข้าเป้าหรือทำคะแนนได้ก่อน ซึ่งเป็นการสานสัมพันธ์แบบกระชับมิตรและมีความสุขมากด้วย

นอกจากนี้ การทำครัวด้วยเมนูอาหารโปรดของสมาชิกในบ้าน เป็นหนึ่งกิจกรรมทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม อย่างน้อยที่สุดก็เป็นเรื่องของอาหารการกิน ที่เป็นความต้องการพื้นฐานของทุกคน การร่วมทำครัว ร่วมประกอบอาหารด้วยกัน จึงเป็นกิจกรรมที่น่าจะร่วมกันทำได้ไม่ยาก และมีข้อดีต่อการสานสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัวอย่างน่าสนใจ ดังนี้

ข้อดีของการสานสัมพันธ์คนในครอบครัว

1. ทำให้ทุกคนได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ร่วมกันทำกิจกรรมในยามว่าง แทนการแยกไปทำกิจกรรมตามความชอบของตนเอง เด็ก ๆ ที่เคยสนุกกับการเล่นเกมส์ออนไลน์, คุยกับเพื่อน หรือสนใจกับความบันเทิงตามความชอบของตัวเอง หากลองตั้งกฎให้มาช่วยกันทำครัว เลือกเมนูอาหารโปรดคนละอย่างแล้วช่วยกันทำ ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันพูดคุย หยอกล้อ ทำให้ความสัมพันธ์แนบแน่นขึ้น

2. เป็นโอกาสได้แชร์เรื่องราวสารทุกข์สุกดิบระหว่างกัน ในช่วงการประกอบอาหาร เป็นช่วงเวลาดีที่พ่อแม่ จะได้พูดคุยสอบถามเรื่องราว ต่าง ๆ กับลูกในโทนที่ไม่จริงจังเกินไป จะทำให้ลูกในวัยรุ่นได้เปิดใจเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟังได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องรู้สึกอึดอัดเหมือนกับการถามไถ่แบบตั้งใจ

3. เป็นกิจกรรมที่จะช่วยเสริมความรับผิดชอบให้กับลูก ไม่ว่าลูกจะอยู่ในช่วงวัยใด ควรให้มีโอกาสได้เข้าครัวร่วมกับพ่อแม่และควรแบ่งหน้าที่ในการทำครัวให้ตามความเหมาะสม เช่น ให้ช่วยหั่นเนื้อสัตว์หรือผัก ช่วยปรุง หรือรับหน้าที่เช็ดล้างทำความสะอาด จุดเริ่มต้นเล็ก ๆ จากการเข้าครัวทำอาหาร จะพัฒนาไปสู่การสร้างพื้นฐานที่ดีในการทำงานได้ในอนาคต

4. เป็นโอกาสได้สอนและปลูกฝังเรื่องราวทั่วไปในชีวิต เช่น การบริโภคผักผลไม้ให้ปลอดภัยจากยาและสารเคมี ทำให้ต้องล้างนาน ๆ และใช้น้ำในปริมาณมาก ๆ , การหั่นมะเขือต้องแช่เกลือไว้เพื่อไม่ให้ผิวดำ, การทอดไข่หรือปลา ควรใส่เกลือลงไปในน้ำมันที่กำลังร้อนป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาติดกระทะ เป็นต้น ลูก ๆ จะไม่สามารถเรียนรู้เทคนิควิธีการซึ่งเป็นเสมือนภูมิปัญญาเหล่านี้ได้เลยหากไม่เคยเข้าครัว

5. เป็นโอกาสสอนเรื่องความประหยัด ทำให้ลูกเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการรับประทานอาหารจากร้าน กับการเข้าครัวประกอบอาหารเอง ว่าแตกต่างกันแค่ไหน และจะทำให้เข้าใจในคุณค่าของการใช้เงินตามไปด้วย

สิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยเวลาและการลงมือทำด้วยตนเอง ดังนั้น ควรหาโอกาสในวันว่างชวนลูก และสมาชิกทุกคนในครอบครัว ร่วมประกอบอาหารกัน เพื่อให้ได้ความสุข ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและลดช่องว่างระหว่างวัยลง

ข้อดีของการสานสัมพันธ์คนในครอบครัว